Showing posts with label ประโยชน์ของมะกอก. Show all posts
Showing posts with label ประโยชน์ของมะกอก. Show all posts

Monday, May 13, 2013

น้ำมันมะกอกใช้รักษาอาการผิวแห้ง

ประโยชน์ต่างๆ ที่ใช้สำหรับภายนอก

 

น้ำมันมะกอกถูกนำมาใช้สำหรับทาร่างกายและผม เพื่อให้เกิดความชุ่มชื่นนุ่มนวลแก่ผิวหนัง อิสลามได้ให้คำแนะนำในประเด็นนี้ไว้เช่นเดียวกับที่ได้แนะนำให้รับประทานมัน ตัวอย่างเช่น


1. ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) กล่าวว่า “ท่านทั้งหลายจงรับประทานน้ำมันมะกอกและจงใช้มันทาร่างกาย เพราะแท้จริงมันคือส่วนหนึ่งจากต้นไม้ที่มีความจำเริญ (มุบารอกะฮ์)” (9)



2. คำสั่งเสียของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ที่มีต่ออิมามอะลี (อ.) ความว่า “โอ้ อะลีเอ๋ย เจ้าจงรับประทานน้ำมันมะกอกเถิด และจงใช้มันทาร่างกาย เพื่อชัยฏอน (เชื้อโรค) จะไม่เข้าใกล้เจ้าเป็นเวลาถึง 40 วัน” (10)


สำหรับการใช้ประโยชน์ภายนอก หมายถึงการทาผิวและผมนั้น การใช้น้ำมันมะกอกที่เป็นของเก่านั้นดีกว่าของใหม่ และน้ำมันมะกอกเก่าที่มีอายุ 7 ปี จะให้ผลที่ดีกว่าน้ำมัน ‘บัลซาม’ (Balsam คือยางไม้หอมชนิดหนึ่งที่ใช้บรรเทาอาการปวดและประโยชน์อื่นๆ) ในการบรรเทาอาการเจ็บปวดตามข้อต่างๆ (11)

น้ำมันมะกอกใช้รักษาอาการผิวแห้ง

หากผิวของท่านแห้ง จงตระหนักเสมอว่า อย่าผสมน้ำ (ที่ใช้อาบ) ให้ร้อนมากจนเกินไป และก่อนที่ท่านจะลงแช่ (ในอ่าง) น้ำ จงเทน้ำมันมะกอกลงไปในน้ำประมาณ 1 ช้อนชา และต่อจากนั้นให้ใช้สบู่ที่มีความลื่น (มีฟอง) มากๆ ถูจนทั่วร่างกายและล้างออกด้วยน้ำสะอาด เมื่อร่างกายของท่านสะอาดดีแล้วให้พักอยู่สักระยะหนึ่ง จากนั้นให้ปล่อยน้ำร้อนออกจากอ่างอาบน้ำทิ้งไปครึ่งหนึ่ง และเปิดก็อกน้ำเย็นใส่ลงไปแทนที่จนกระทั่งเต็มอ่างน้ำ ต่อจากนั้นให้ใช้มือคนน้ำในอ่างให้เข้ากันจนกระทั่งน้ำในอ่างเย็นลง หลังจากนั้นให้นอนแช่อยู่ในอ่างน้ำประมาณ 3 นาที จะรู้สึกมีอาการคันยุบยิบตามร่างกายของท่าน (เหมือนมีเข็มแทง) และตัวจะมีสีแดง ท่านจะรู้สึกเมื่อยล้าแต่ท่านจะไม่รู้สึกหนาวเย็น หลังจากการกระทำดังกล่าวแล้วให้ใช้ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ซับร่างกายให้แห้งและพันร่างกายไว้ ต่อจากนั้นให้ไปยังที่นอนและจงปล่อยกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของท่านให้อยู่ในสภาพอิสระ จนกระทั่งรู้สึกว่าความทุกข์กังวลและความเครียดที่มีอยู่จริง หรือแม้จะเป็นการจินตนาการก็ตาม ได้หมดไปจากตัวท่าน (12)


เพื่อยับยั้งอาการผมร่วง ให้ใช้น้ำมันมะกอกทาผมติดต่อกันเป็นเวลา 10 วัน โดยก่อนนอนให้พันศีรษะไว้แล้วนอนหลับไป และในตอนเช้าหลังจากตื่นนอนให้ล้างออกด้วยน้ำอุ่นโดยใช้สบู่มาเซลส์ (Marseilles) … (13)


สำหรับการรักษาโรคผิวหนังหรือเป็นเม็ดพุพอง ให้แช่ใบ Black nightshade (14) ปริมาณ 100 กรัม ลงในน้ำมันมะกอก 200 กรัม เป็นเวลา 1 สัปดาห์ แล้วใช้น้ำมันนี้ทาลงบนผิวหนังเหมือนยาทาแผล หากผิวหนังของเท้าหรือมือมีรอยแตก การบำบัดรักษาคือ ให้ผสมกลีเซอรีน (Glycerine) เข้ากับน้ำมันมะกอกในปริมาณเท่าๆ กัน และใช้ทาผิวของเรา


ในเด็กๆ ที่มีกระดูกอ่อนหรือเป็นโรคกระดูกอ่อน (Rachitis) และมีเลือดน้อย ให้ใช้น้ำมันมะกอกทาตามร่างกายของพวกเขา หากใช้น้ำมันมะกอกผสมกับกระเทียมบด จะได้น้ำมันชนิดหนึ่งซึ่งมีคุณค่ามากสำหรับการรักษาโรครูมาติสซึม อาการปวดกล้ามเนื้อและประสาทต่างๆ และให้ใช้มือทาถูและนวดตรงบริเวณที่มีอาการเจ็บปวด (15) …


อ้างอิง


(1) วะซาอิลุชชีอะฮ์ เล่ม 17 หน้า 63

(2) วะซาอิลุชชีอะฮ์ เล่ม 17 หน้า 65

(3) ซะฟีนะตุล บิฮาร เล่ม 1 หน้า 573

(4) ซับซีฮอ ว่า มีเวฮ์ฮอเย่ ชะฟาบัคช์ หน้า 200

(5) อัชรอร คูรอกีฮอ หน้า 310

(6) มุสตัสร็อก อัล วะซาอิล เล่ม 3 หน้า 108

(7) อัชรอร คูรอกีฮอ หน้า 308

(8) ซับซีฮอ ว่า มีเวฮ์ฮอเย่ ชะฟาบัคช์ หน้า 201

(9) วะซาอิลุชชีอะฮ์ เล่ม 17 หน้า 71

(10) วะซาอิลุชชีอะฮ์ เล่ม 17 หน้า 71

(11) อัชรอร คูรอกีฮอ หน้า 310

(12) กุชัรนอเมฮ์ หน้า 224

(13) สบู่มาเซลส์ (Marseilles) คือสบู่ที่ผลิตในเมือง Marseilles (เมืองท่าของฝรั่งเศสแถบทะเลมิเตอเรเนียน) เป็นสบู่ซักผ้าชนิดหนึ่งที่ชำระล้างไขมันได้ดีมาก

(14) เป็นพืชในตระกูล Solanum nigrum (ผู้แปล)

(15) ซับซีฮอ ว่า มีเวฮ์ฮอเย่ ชะฟาบัคช์ หน้า 120

คัดลอกจากหนังสือ "อิสลามกับการแพทย์ที่ไม่พึ่งยา"

ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก

ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก

ประโยชน์ของน้ำมันมะกอกมีทั้งการช่วยลดอาการอักเสบของกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก ทำหน้าที่เหมือนยาระบายอ่อนๆ ช่วยทำให้ระบบดูดซึมแร่ธาตุและวิตามินทำงานดีขึ้น และน้ำมันมะกอกยังกระตุ้นการเก็บรักษาแร่ธาตุของกระดูก เพื่อป้องกันการสูญเสียแคลเซียมในกระดูกของผู้สูงอายุได้ด้วย อีกทั้งยังช่วยให้อาหารมีรสชาติอร่อย ช่วยให้เจริญอาหารได้อีกอย่างหนึ่ง


ประโยชน์ของน้ำมันมะกอกที่ให้ผลดีต่อสุขภาพนั้นมีหลายประการ สรุปได้ดังนี้
*การหมุนเวียนของโลหิต น้ำมันมะกอกช่วยป้องกันภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (arteriosclerosis) รวมทั้งภาวะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง หัวใจล้มเหลว หัวใจวาย ไตวาย และเส้นเลือดใน สมองแตก
*ระบบย่อย น้ำมันมะกอกช่วยให้ระบบการทำงานของส่วนต่างๆ ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระเพาะอาหาร ตับอ่อน ลำไส้ และถุงน้ำดี ทั้งนี้ยังช่วยป้องกันการก่อตัวของนิ่วอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อมูลบ่งชี้ว่าน้ำมันมะกอกช่วย บรรเทาอาการกระเพาะอักเสบ แผลในกระเพาะ และยังเป็นยาระบายอ่อนๆ
* ผิวหนัง น้ำมันมะกอกช่วยปกป้องหนังกำพร้า ช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ซึ่งเกิดจากวิตามินอี และ สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันมะกอกนั่นเอง นอกจากนี้ยังใช้ได้ผลดีในการป้องกันโรคผิวหนังและลดริ้วรอยเหี่ยวย่น
* ระบบต่อมไร้ท่อ น้ำมันมะกอกช่วยให้ระบบการเผาผลาญอาหาร (metabolic function) ภายในร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพน้ำมันมะกอกได้กลายเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการป้องกันและ
ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานจากการศึกษาล่าสุดพบว่าระดับกลูโคสของผู้ที่มีสุขภาพ
ดีจะลดลง12%เมื่อรับประทานน้ำมันมะกอก
* ระบบกระดูก น้ำมันมะกอกช่วยในการเสริมสร้างกระดูก และช่วยให้ร่างกายของคนเรามีประสิทธิภาพในการดูดซึม แร่ธาตุและแคลเซี่ยมได้ดี และสามารถป้องกันโรคกระดูกพรุน
* โรคมะเร็ง น้ำมันมะกอกช่วยป้องกันเนื้องอกที่เกิดกับอวัยวะบางส่วน (เต้านม ต่อมลูกหมาก ลำไส้ใหญ่ ปีกมดลูก) ทั้งนี้เพราะกรดไขมันที่มีอยู่ในน้ำมันมะกอกนั้นช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระ และช่วยต่อต้านการก่อตัวของ ติ่งเนื้อในอวัยวะต่างๆ ที่กล่าวมา
* สารกัมมันตภาพรังสี ภายหลังจากที่มีการค้นพบว่าน้ำมันมะกอกช่วยให้ร่างกายสามารถต้านทานสารกัมมันตภาพรังสีได้ น้ำมันมะกอกได้รับบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของอาหารสำหรับนักบินอวกาศ
* อาหารเด็กอ่อน ด้วยสารประกอบในน้ำมันมะกอกและคุณสมบัติในการช่วยย่อยอาหาร จึงนับได้ว่าน้ำมันมะกอกเป็น ไขมันธรรมชาติที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำนมมารดามากที่สุด
*ชราภาพการที่เรารู้จักหาวิธีการเพื่อต่อต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของเราเพื่อป้องกันภาวะ
ความเสื่อมถอยของสุขภาพอันเนื่องมาจากอายุที่เพิ่มขึ้นนั้นนับว่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่งจากการค้นคว้าวิจัยเรา
ได้ทราบว่าน้ำมันมะกอกมีคุณสมบัติในการต่อต้านภาวะความเสื่อมถอยของสมองและยังช่วยยืดอายุของเรา
ให้ยืนยาวขึ้นอีกด้วย
* ภาวะโรคหลอดเลือดหัวใจ จากการค้นคว้าวิจัยพบว่า น้ำมันมะกอกนั้นสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ในขณะเดียวกันจะไม่ทำให้คอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ลดระดับลง



Credit: http://women.thaiza.com/detail_31663.html
 
การนำน้ำมันมะกอกมาใช้
จะใช้น้ำมันมะกอกปรุงอาหารได้อย่างไร
1. นำมาใช้เป็นส่วนผสมในการทำน้ำสลัด หรือน้ำจิ้ม

2. นำมาใช้ในการผัด ชนิดที่ใช้น้ำมันน้อย เช่นผัดผักเร็ว ๆ ผัดกระเพรา มักกะโรนี สปาเก็ตตี หรือ พาสต้า

3. นำมาใช้ในการหมักเนื้อสัตว์ชนิดต่าง ๆ ก่อนที่จะนำไปอบจะทำให้เนื้อนุ่มขึ้น

4. ใช้เป็นน้ำมันสำหรับทอด จะช่วยให้อาหารไม่อมน้ำมันเนื่องจากน้ำมันมะกอกจะให้ความร้อนสูง ทำให้อาหารสุกทั่วถึงอย่างรวดเร็ว ไม่สูญเสียคุณค่าทางโภชนาการอีกด้วย

กลุ่มยากัน หรือ แก้เลือดออกตามไรฟัน มะกอก

กลุ่มยากัน หรือ แก้เลือดออกตามไรฟัน

มะกอก


 

ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Spondias cytherea  Sonn.

ชื่อสามัญ :  Jew's plum, Otatheite apple

วงศ์ :  Anacardiaceae

ชื่ออื่น :  มะกอกฝรั่ง มะกอกหวาน (ภาคกลาง)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้น สูง 7-12 เมตร เปลือกลำต้นสีเทาหรือน้ำตาลแดง ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ก้านใบยาว ใบย่อยรูปไข่ค่อนข้างเรียวแหลม ขอบใบหยักเล็กน้อย ดอก ออกเป็นช่อแบบเพนิเคิล ตามปลายยอด ดอกย่อยมีกลีบดอก 5 กลีบ สีขาว ฐานรองดอกมีสีเหลือง เป็นดอกสมบูรณ์เพส ผล รูปไข่หรือรูปกระสวย มียางคล้ายไรไข่ปลา ผลอ่อนมีสีเขียวเข้ม ผลแก่มีสีเขียวอมเหลือง สุกมีสีส้ม เมล็ด กลมรี เปลือกหุ้มเมล็ดแข็ง และมีขนแข็งที่เปลือกหุ้มเมล็ด
ส่วนที่ใช้ :  ผล เปลือก ใบ ยาง เมล็ด

สรรพคุณ :

    เนื้อผลมะกอก - มีรสเปรี้ยวฝาด หวานชุ่มคอ บำบัดโรคธาตุพิการ โดยน้ำดีไม่ปกติ และมีประโยชน์แก้โรคบิดได้ด้วย

    น้ำคั้นใบมะกอก - ใช้หยอดหู แก้ปวดหูดี

    ผลมะกอกสุก - รสเปรี้ยว อมหวาน รับประทานทำให้ชุ่มคอ แก้กระหายน้ำได้ดี เช่น ผลมะขามป้อม

    เปลือก - ฝาด เย็นเปรี้ยว ดับพิษกาฬ แก้ร้อนในอย่างแรง แก้ลงท้องปวดมวน แก้สะอึก

    เมล็ดมะกอก - สุมไปให้เป็นถ่าน แช่น้ำ เอาน้ำรับประทานแก้ร้อนใน แก้หอบ แก้สะอึกดีมาก ใช้ผสมยามหานิล

    ใบอ่อน - รับประทานเป็นอาหาร

วิธีใช้ : ใช้ผลรับประทานเป็นผลไม้ และปรุงอาหาร

Thursday, November 22, 2012

สูตรลับแห่งผิวสวยด้วยมะกอก

มะกอกความงามแห่งเมดิเตอร์เรเนียน สูตรลับแห่งผิวสวยด้วยมะกอก
http://img.loccitane.com/ocms/img/lib/promo/5601.jpg

ต้นมะกอกถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญประจำเขตเมดิเตอเรเนียน ที่ส่งทอดจิตวิญญาณแห่งความแข็งแกร่ง สง่างาม ความอุดมสมบูรณ์ จนถึงอายุยืนยาวด้วยความสงบสุข โดยล็อคซิทานจะร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลเก็บเกี่ยว Olive Harvest เป็นประจำทุกๆ ปี รวมถึงการสกัดน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ (A.O.C.) ในเขตชาโต เดสตูบลง กลางหุบเขาแห่งแคว้นโพรวองซ์ เพื่อสืบสานประเพณีการเก็บเกี่ยวดั้งเดิมให้คงอยู่คู่กับท้องถิ่นแห่งเมดิเตอเรเนียนต่อไป



ในฤดูใบไม้ผลิ ผลมะกอกที่ถูกเก็บเกี่ยวแล้วจะถูกลำเลียงเข้าสู่เครื่องบดขนาดใหญ่ที่ทำจากหินกลึงเป็นรูปวงกลม และมีอุณหภูมิเย็นจัด ผลิตผลที่ได้จากการบดผลมะกอกนับพันคือ น้ำมะกอกบริสุทธิ์ที่ไหลรวมออกมากับน้ำมันมะกอกล้ำค่า ที่อุดมไปด้วยสารอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระในระดับความเข้มข้นที่สูง จึงนำมาบรรจุใส่ขวด นับเป็นส่วนหนึ่งขนบธรรมเนียมที่ชาวโพรวองซ์กระทำสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน



สูตรลับความงามแห่งเมดิเตอร์เรเนียน
มะกอกถือเป็นสูตรลับแห่งความงามอันเป็นอมตะแห่งเมดิเตอเรเนียนอย่างแท้จริง เพราะคุณค่าอันมหัศจรรย์แห่งธาตุอาหารอันสมบูรณ์ที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมในผลมะกอก มอบความชุ่มชื่นให้ผิวตามธรรมชาติ ฟื้นฟูและทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น พร้อมป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ซึ่งจะเริ่มพิธีการเก็บเกี่ยวกันในช่วงฤดูหนาว



มะกอกถือเป็นส่วนผสมหลักอันจะขาดไม่ได้ใน "สูตรการรักษาสุขภาพของเมดิเตอเรเนียน" ที่มีมายาวนานนับพันพันปี เพราะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินสำคัญมากมาย และที่สำคัญคือไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ที่เป็นประโยชน์แก่ร่างกายโดยเฉพาะหัวใจของเรา



เคล็ดลับความงามอันเป็นอมตะจากดินแดนเมดิเตอร์เรเนียน  กล่าวกันว่า หลังจากที่หนุ่มสาวอาบเหงื่อต่างน้ำ ทำงานกันอย่างหนัก ตากแดดจนผิวไหม้เกรียม พวกเขาจะทาน้ำมันมะกอกลงบนผิวเพื่อให้ผิวเนียนนุ่มขึ้น เพราะน้ำมันมะกอกอุดมด้วยสารแอนตี้อ๊อกซิแดนท์และมีสรรพคุณช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม พร้อมต่อสู้กับริ้วรอยแห่งวัย



การเก็บเกี่บวผลมะกอกแสดงถึงความรักที่ชาวโพรวองซ์มีต่องานของพวกเขา โดยเคารพและยึดหลักธรรมเนียมของท้องถิ่นไว้สูงสุด น้ำมันมะกอกบริสุทธ์จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม และตำรับอาหารชาวโพรวองซ์

ต้นมะกอก ใบมะกอก




ต้นมะกอก
มีชื่อภาษาท้องถิ่นว่า กอก กูก มะกอกป่า มะกอกดง มะกอกฝรั่ง และมะกอก มีชื่อภาษาอังกฤษว่า ฮ๊อกปาล์ม (Hog Plum) ไวด์แมงโก (Wild Mango) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า สปอนเดียส พินนาตา (Spondias pinnata Kurz) จัดอยู่ในวงศ์ อะนาคาเคลียซีอี้ (Anacarcliaceae)


มะกอก มีคุณค่าทางโภชนาการคือ ประกอบด้วย พลังงาน เส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก
เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอาซิน และ วิตามินซี

สรรพคุณของมะกอกและวิธีใช้ ส่วนที่ใช้ประโยชน์ของมะกอก คือ ใบ ยอดอ่อนและใบอ่อน ผล เปลือกผล ราก และเมล็ด ซึ่งแต่ละส่วนจะให้สรรพคุณแตกต่างกันดังต่อไปนี้ ค่ะ
ใบมะกอก ใช้ใบมะกอกมาคั้นเอาน้ำ นำน้ำที่ได้ไปหยอดหู ใช้แก้หูอักเสบ
ยอดอ่อนใบอ่อนของมะกอก ใช้แก้โรคบิด แก้โรคธาตุพิการ แก้ท้องเสีย มีรายงานว่าในยอดอ่อนของมะกอก 100 กรัม จะให้พลังงาน 46 กิโลแคลอรี นอกจากนี้แล้วยังพบว่าในยอดอ่อนของมะกอก 100 กรัมนั้นจะประกอบด้วยเส้นใย 16.7 กรัม แคลเซียม 49 มิลลิกรัม เบต้าแคโรทีน 2017 ไมโครกรัม วิตามินเอ 337 ไมโครกรัม วิตามินซี 53 มิลลิกรัม ด้วยเหตุนี้ยอดอ่อนของมะกอกจึงสามารถใช้รับประทานเป็นผักสดได้เป็นอย่างดี สำหรับในบ้านเรานิยมที่จะนำยอดอ่อนของมะกอกมาใช้เป็นเครื่องเคียงน้ำพริก กะปิ หรือใช้เป็นผักสดรับประทานกับขนมจีนน้ำยา


ผลมะกอก ใช้แก้โรคเลือดออกตามไรฟัน และต้านอนุมูลอิสระ (วิตามินซีสูง) แก้ธาตุพิการแก้โรคขาดแคลเซียม ทำให้ชุ่มคอแก้กระหายน้ำ
ผล เปลือกผล ใบ มีสรรพคุณบำรุงสายตา ชุ่มคอ แก้กระหายน้ำ แก้เลือดออกตามไรฟัน มีสารต้านมะเร็ง และแก้ดีพิการ
รากมะกอก แก้ร้อนในกระหายน้ำ ทำให้ชุ่มคอ มีสรรพคุณใช้ขับปัสสาวะ
เมล็ดมะกอก แช่เมล็ดมะกอกในน้ำ แล้วนำน้ำที่ได้มาใช้ดื่มแก้ร้อนใน แก้หอบ แก้สะอึก
เปลือกต้นมะกอก ดับพิษกาฬ แก้ร้อนใน ทำยาแก้ท้องเสีย


มะกอก : จากป่ามาสู่บ้านและครัว
มะกอกที่นำมากล่าวถึงนี้ เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านยังนึกหน้าตาไม่ออก หรือบางคนอาจนึกถึงผลมะกอกดองหรือมะกอกเชื่อมที่เคยกินจากรถเข็น ซึ่งความจริงเป็นผลของมะกอกน้ำอันเป็นผลไม้คนละชนิดกับมะกอกที่กำลังพูดถึง อยู่นี้ เพราะมะกอกซึ่งยกมาขึ้นต้นและกำลังจะเขียนถึงต่อไป เป็นต้นไม้ที่มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า spondias pinnata Kurz. ภาษาอังกฤษเรียก Hog Plum (ผลคล้ายลูกพลับ หมูป่าชอบกินผลมะกอก) ในประเทศไทยเรียกกันหลายชื่อ ทั่วไปเรียก มะกอก มะกอกบก มะกอกไทย มะกอกป่า ภาคใต้เรียกว่า กอก เชียงรายเรียกว่า กอกก๊ก เป็นต้น

“มะกอก เป็นผักพื้นบ้านดั้งเดิมของไทยที่นำมาใช้ประกอบอาหารกันอย่างกว้างขวาง”

มะกอก เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง โตเต็มที่อาจสูงกว่า 10 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางลำต้นอาจถึง 1 เมตร เปลือกเรียบ ต้นแก่เปลือกแตกเป็นร่อง เนื้อไม้สีขาว อ่อน ไม่มีแก่น ใบมีลักษณะใบรวมคล้ายขนนก ใบย่อยเป็นรูปไข่ออกสลับกันบนก้านใบ ผลเป็นรูปไข่ มีหลายขนาดปกติขนาดไข่ไก่ ผลสุกมีผิวสีเขียวอมเหลืองและจุดประสีเหลืองเข้มสลับดำ ในแต่ละผลมีเมล็ดขนาดใหญ่ๆ เพียงเมล็ดเดียว เปลือกของเมล็ดมีเส้นใยหยาบปกคลุมคล้ายเมล็ดมะม่วง ช่อดอกมีสีขาวนวล ลักษณะคล้ายช่อดอกมะม่วง เพราะเป็นพืชอยู่ในวงศ์ (Family) เดียวกับมะม่วง คือ วงศ์ anacardiaceae

ในธรรมชาติมะกอกขึ้นเองตามป่าเบญจพรรณแล้งและ ป่าแดงทั่วไปในทุกภาคของประเทศไทย นอกจากนี้ยังพบขึ้นอยู่ตามเรือกสวนไร่นาหรือในบริเวณบ้าน เนื่องจากมีผู้นำมาปลูกไว้ ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของมะกอกอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมทั้งไทย) แลหมู่เกาะต่างๆ ในเขตร้อนของมหาสมุทรแปซิฟิก ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่ามะกอกเป็นพืชดั้งเดิมของชาวไทยชนิดหนึ่งเป็นที่รู้จัก คุ้นเคยอย่างแพร่หลายในหมู่ชาวไทยมาแสนนาน


คน ไทยรู้จักและใช้ประโยชน์ มะกอกในฐานะผักพื้นบ้านอย่างหนึ่งมากกว่าใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ ใบอ่อน (ยอด) และช่อดอกของมะกอกนั้น ชาวไทยนำมากินเป็นผักทั้งดิบและสุก ในตำรับสายเยาวภา กล่าวถึง มะกอกไว้ว่า “ยอดมะกอก กินดิบเป็นผักจิ้ม สุกก็กินได้ เผาจิ้มน้ำพริก” “ช่อมะกอก กินดิบ” ใบอ่อนมะกอกมีกลิ่นหอม รสเปรี้ยวและฝาดสมานใช้ได้ทั้งเป็นผักจิ้ม ใส่ยำ และแต่งกลิ่นอาหาร ช่อดอกมะกอกใช้ได้เช่นเดียวกับใบอ่อน

สำหรับผลมะกอกนิยมใช้ผลสุก ซึ่งมีรสเปรี้ยวอมฝาด หากกินเปล่าๆ ครั้งแรกจะรู้สึกเปรี้ยวอมฝาดต่อมาจะเปลี่ยนเป็นรสหวาน ชุ่มคอ ผลสุกมีกลิ่นหอมมาก เป็นกลิ่นเฉพาะตัวซึ่งใช้แต่งกลิ่นอาหารได้ดี เช่น ใช้ตำน้ำพริกมะกอก โดยใช้ทั้งเนื้อสุกและเปลือกใช้แต่งรสน้ำปลาจิ้มพวกเนื้อหรือปลาย่าง ที่นิยมมากที่สุด คือ ใช้ผลมะกอกสุกเป็นส่วนประกอบของส้มตำ (ลาว) ให้กลิ่นและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนส้มตำตำรับอื่นๆ ความนิยมใช้ผลมะกอกสุกในตำรับส้มตำ (ลาว) นั้น เห็นได้จากราคาของผลมะกอกสุก ซึ่งบางฤดู (ที่มีผลมะกอกสุกน้อย) ราคาแพงถึงผลละหลายบาทเช่นเดียวกับราคาของผลมะนาวหน้าแล้งนั่นเอง

ประโยชน์ด้านอื่นๆ ของมะกอก
เนื้อในผลสุกของมะกอกนอกจากใช้ทำกับข้าว (ของคาว) แล้วยังใช้ทำน้ำผลไม้ (ของหวาน) เป็นเครื่องดื่มได้ดีอีกด้วย โดยปอกเปลือกออกฝานเอาแต่เนื้อไปเข้าเครื่องปั่นผลไม้ เติมน้ำเชื่อมให้มีรสหวานตามชอบ จะได้เครื่องดื่มน้ำมะกอกที่มีกลิ่นและรสชาตอร่อยไม่เหมือนใคร และยังอุดมด้วยวิตามินซีและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่างๆ อีกด้วย

เนื้อไม้มะกอกแม้จะเป็นไม้เนื้ออ่อน แต่ก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น ทำกล่องไม้ขีด ทำไม้จิ้มฟัน ทำกล่องใส่ของ และหีบศพ เป็นต้น

ในตำราสรรพคุณสมุนไพรไทยกล่าวถึง คุณสมบัติของมะกอกในแง่สมุนไพรไว้หลายประการ เช่น
เปลือก ป่นเป็นผง ผสมน้ำ ใช้ทาแก้โรคปวดตามข้อ ใช้เป็นยาเย็นแก้โรคท้องเสีย โรคเกี่ยวกับลำไส้ ระงับอาเจียน

เมล็ด เผาไฟ แช่เอาน้ำดื่ม แก้อาการผิดสำแดง แก้ร้อนใน แก้หอบ สะอึก

ผลสุก ใช้เป็นยาฝาดสมาน แก้โรคเลือดออกตามไรฟัน (ลักปิดลักเปิด) รักษาโรคกระเพาะอาหารพิการ

แม้ตำราปลูกต้นไม้ในบ้านของชาวไทยจะไม่ถือว่ามะกอกเป็นไม้มงคล เพราะไม่มีข้อห้ามมิให้ปลูกมะกอกในบริเวณบ้าน (เช่น ลั่นทมหรือมะรุม) ดังนั้น หากผู้อ่านท่านใดมีพื้นที่บริเวณบ้านพอก็น่าจะหามะกอกมาปลูกไว้สักต้น เพราะนอกจากรูปทรงต้นและลักษณะใบที่งดงามแล้ว ท่านยังจะได้ประโยชน์จากมะกอกมากมาย

คุณค่าด้านอื่น ๆ ของมะกอก..

ไบโอเธิร์มค้นพบใบมะกอกชะลอผิวแก่ก่อนวัยต้านริ้วรอย
พืชพันธุ์อินเทรนด์ยามนี้เห็นทีจะไม่มีอะไรเท่า “มะกอก” อีกแล้ว แม้บ้านเราจะรู้จักน้ำมันมะกอกที่ใช้ชะโลมเส้นผมมานานแสนนานล่าสุด ไบโอเธิร์มได้พาลัดฟ้าเยี่ยมชมห้องปฎิบัติการที่ฝรั่งเศสและโมนาโก เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ต่อต้านริ้วรอยตัวใหม่ล่าสุด age fitness ที่มีส่วนผสมหลักจากธรรมชาติ ซึ่งก็คือสารสกัดบริสุทธิ์จากใบมะกอกที่เราสกัด เอาน้ำมันมาใช้นั่นแหละ แถมใบมะกอกยังมีส่วนช่วยชะลอวัยและริ้วรอยได้อีกด้วย ในห้องปฏิบัติการ มร.ลูเซียน อูแบร์ ผอ.ด้านวิจัยและพัฒนาของไบโอเธิร์มเล่าสรรพคุณของต้นมะกอก ที่ทำให้ชาวตะวันตกตื่นตัวกันมากขึ้น เป็นไม้ที่แข็งแรงทนทาน มีอายุยืนยาว มีชีวิตอยู่ได้แม้ในสภาพอากาศที่เลวร้ายทุกส่วนของมะกอกสามารถนำมาใช้ ประโยชน์ได้ทั้งหมด ดังนั้นนักชีววิทยาจึงได้ทำการวิจัยและพบว่าไฟเบอร์ในใบมะกอกเต็มไปด้วย โมเลกุลจำนวนมหาศาลเป็นสารแอนตี้ออกซิเดนซ์และเข้มข้นกว่าในผลมะกอกเสียอีก และใบมะกอกที่นำมาสกัดเป็นส่วนผสมสำคัญนั้นนำมาจากเมืองโพรวองซ์ ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส โดยใช้ขั้นตอนการสกัดที่ไม่ใช้สารเคมีใด ๆทั้งสิ้น หรือที่เรียกว่า biological+natural หรือชีววิทยา+ธรรมชิาตินั้นเอง จะทำให้สารสกัดเข้มข้น 100% และอุดมไปด้วย oleuropein ที่มีคุณสมบัติเด่นในการต่อต้านการเกิดริ้วรอยและอาการแก่ก่อนวัยการปกป้อง ผิวทางธรรมชาติเพราะพบว่า เซลล์ที่ได้รับสารสกัดเข้มข้นของใบมะกอกการเกิดปฏิกิริยากับออกซิเจนบนชั้น ไขมันของผิวหนังเนื้อเยื่อที่มีการเติมสารสกัดเข้มข้นบริสุทธิ์ของใบมะกอก การกระตุ้นกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจน จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจว่าทำไมนอกจากน้ำมันมะกอกจะให้รสชาติที่ถูกปากและ เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพแล้วส่วนที่ได้จากใบมะกอกก็ไม่น้อยหน้าสามารถนำมาช่วย บำรุงผิวพรรณชะลอริ้วรอยที่เกิดก่อนวัยอันควร แบบนี้คงไม่มีใครปฎิเสธ มะกอก ต้นไม้ที่กำลังอินเทรนด์อยู่ในเวลานี้อีกแล้ว
จัดทำโดย นางสาวพูลศิริ คลีดิษฐ์ ไทยรัฐ


ด้านทำอาหาร
ความเป็นมา
ใบมะกอกอ่อนๆ มีรสเปรี้ยวอมฝาด นิยมกินกับน้ำพริกหรือปลาร้าสับ คนเมืองกาญจน์เอาใบมะกอกมายำกับเนื้อสัตว์ อร่อยมาก ยิ่งถ้าเป็นแย้ย่างจะเด็ดมาก แต่ผมไม่กินสัตว์ป่าเลยเปลี่ยนเป็นกบย่างแทน


ส่วนผสม
1. กบสาวๆ ย่างกาบมะพร้าวหอมๆ สักสองตัว ถ้าเขาย่างมาไม่แห้งให้เอามาย่างซ้ำให้แห้งๆ หน่อย
2. ใบมะกอกอ่อน เอามาย่างไฟแรงๆ ให้เกรียมๆ บ้าง และบางส่วนก็ให้พอสลบ
3. ตะไคร้ ใบมะกรูด
4. หอมย่าง พริกแห้งย่าง
5. น้ำพริกเผา ควรทำเอง อย่างขายเป็นขวดมักหวานไปหน่อย



วิธีทำ
สับกบแล้วฉีกๆๆๆ ไม่เอากระดูก ไม่เอาเล็บเท้ากบ กินแล้วระคายปาก
ใบมะกอกย่างหั่นฝอยๆๆๆๆ
ตะไคร้ใบมะกรูดซอยๆๆๆๆ
พริกแห้งย่างไฟ หัวหอมย่างไฟ หั่นๆ ฉีกๆ รอไว้
เอาทั้งหมดคลุกเคล้ากัน อย่าลืมใส่น้ำพริกเผา ปรุงรส ให้มีความเผ็ดจากน้ำพริกเผา เค็มน้ำปลา และเปรี้ยวใบมะกอก

ที่ี่มาของข้อมูลและภาพ

http://natres.psu.ac.th/radio/radio_article/radio45-46/45-460052.htm
http://www.vcharkarn.com/varticle/39908
http://www.siamfishing.com/content/view.php?id=141&cat=recipe
http://new.school.net.th/library/create-web/10000/generality/10000-2290.html

มะกอก ผักพื้นบ้านที่ไม่ชอบคนเจ้าเล่ห์


มะกอกสามตะกร้า ปาไม่ถูก”
           ประโยคที่ยกมาข้างบนนี้ เป็นคำพังเพยดั้งเดิมของชาวไทยที่ใช้เปรียบเทียบ (โทษ) ลักษณะของคนประเภทกลิ้งกลอกเจ้าเล่ห์ที่ทำอย่างไรก็จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน เหมือนกับเอาผลมะกอกตั้งสามตะกร้าขว้างปาก็ยังไม่ถูกเลยสักครั้งเดียว คนประเภทนี้สมัยก่อนรียกกันว่าเป็นคน “มะกอกสามตะกร้า” ก็จะเข้าใจกันทั่วไป

           แต่ในปัจจุบันคงต้องเปลี่ยนคำเรียกเสียใหม่ เพราะแม้คนประเภทนี้จะมีมากขึ้น (เช่น นักการเมืองหรือพ่อค้าบางคน) แต่คำพังเพยประโยคนี้กลับมีผู้เข้าใจความหมายน้อยลง จึงอาจใช้คำว่า “จอมกะล่อน” หรือ “สิบแปดมงกุฏ” แทนก็ได้ เพราะมีความหมายเช่นเดียวกัน

           เหตุที่คนไทยโบราณใช้มะกอกมาเป็นสิ่งเปรียบเทียบในคำพังเพยบทนี้ ก็คงเป็นเพราะว่าในสมัยนั้นคนไทยส่วนใหญ่พบเห็นและรู้จักคุ้นเคยกับมะกอก (รวมทั้งตะกร้าด้วย) กันเป็นอย่างดี เนื่องจากมะกอกเป็นผักพื้นบ้านดั้งเดิมของไทยที่นำมาใช้ประกอบอาหารกัน อย่างกว้างขวางนั่นเอง

มะกอก : จากป่ามาสู่บ้านและครัว

           มะกอกที่นำมากล่าวถึงนี้ เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านยังนึกหน้าตาไม่ออก หรือบางคนอาจนึกถึงผลมะกอกดองหรือมะกอกเชื่อมที่เคยกินจากรถเข็น ซึ่งความจริงเป็นผลของมะกอกน้ำอันเป็นผลไม้คนละชนิดกับมะกอกที่กำลังพูดถึง อยู่นี้ เพราะมะกอกซึ่งยกมาขึ้นต้นและกำลังจะเขียนถึงต่อไป เป็นต้นไม้ที่มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า spondias pinnata Kurz. ภาษาอังกฤษเรียก Hog Plum (ผลคล้ายลูกพลับ หมูป่าชอบกินผลมะกอก) ในประเทศไทยเรียกกันหลายชื่อ ทั่วไปเรียก มะกอก มะกอกบก มะกอกไทย มะกอกป่า ภาคใต้เรียกว่า กอก เชียงรายเรียกว่า กอกก๊ก เป็นต้น

           “มะกอก เป็นผักพื้นบ้านดั้งเดิมของไทยที่นำมาใช้ประกอบอาหารกันอย่างกว้างขวาง”

           มะกอก เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง โต เต็มที่อาจสูงกว่า 10 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางลำต้นอาจถึง 1 เมตร เปลือกเรียบ ต้นแก่เปลือกแตกเป็นร่อง เนื้อไม้สีขาว อ่อน ไม่มีแก่น ใบมีลักษณะใบรวมคล้ายขนนก ใบย่อยเป็นรูปไข่ออกสลับกันบนก้านใบ ผลเป็นรูปไข่ มีหลายขนาดปกติขนาดไข่ไก่ ผลสุกมีผิวสีเขียวอมเหลืองและจุดประสีเหลืองเข้มสลับดำ ในแต่ละผลมีเมล็ดขนาดใหญ่ๆ เพียงเมล็ดเดียว เปลือกของเมล็ดมีเส้นใยหยาบปกคลุมคล้ายเมล็ดมะม่วง ช่อดอกมีสีขาวนวล ลักษณะคล้ายช่อดอกมะม่วง เพราะเป็นพืชอยู่ในวงศ์ (Family) เดียวกับมะม่วง คือ วงศ์ anacardiaceae

           ในธรรมชาติมะกอกขึ้นเองตามป่าเบญจพรรณแล้งและ ป่าแดงทั่วไปในทุกภาคของประเทศไทย นอกจากนี้ยังพบขึ้นอยู่ตามเรือกสวนไร่นาหรือในบริเวณบ้าน เนื่องจากมีผู้นำมาปลูกไว้ ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของมะกอกอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมทั้งไทย) แลหมู่เกาะต่างๆ ในเขตร้อนของมหาสมุทรแปซิฟิก ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่ามะกอกเป็นพืชดั้งเดิมของชาวไทยชนิดหนึ่งเป็นที่รู้จัก คุ้นเคยอย่างแพร่หลายในหมู่ชาวไทยมาแสนนาน



           คน ไทยรู้จักและใช้ประโยชน์ มะกอกในฐานะผักพื้นบ้านอย่างหนึ่งมากกว่าใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ ใบอ่อน (ยอด) และช่อดอกของมะกอกนั้น ชาวไทยนำมากินเป็นผักทั้งดิบและสุก ในตำรับสายเยาวภา กล่าวถึง มะกอกไว้ว่า “ยอดมะกอก กินดิบเป็นผักจิ้ม สุกก็กินได้ เผาจิ้มน้ำพริก” “ช่อมะกอก กินดิบ” ใบอ่อนมะกอกมีกลิ่นหอม รสเปรี้ยวและฝาดสมานใช้ได้ทั้งเป็นผักจิ้ม ใส่ยำ และแต่งกลิ่นอาหาร ช่อดอกมะกอกใช้ได้เช่นเดียวกับใบอ่อน

           สำหรับผลมะกอกนิยมใช้ผลสุก ซึ่งมีรสเปรี้ยวอมฝาด หากกินเปล่าๆ ครั้งแรกจะรู้สึกเปรี้ยวอมฝาดต่อมาจะเปลี่ยนเป็นรสหวาน ชุ่มคอ ผลสุกมีกลิ่นหอมมาก เป็นกลิ่นเฉพาะตัวซึ่งใช้แต่งกลิ่นอาหารได้ดี เช่น ใช้ตำน้ำพริกมะกอก โดยใช้ทั้งเนื้อสุกและเปลือกใช้แต่งรสน้ำปลาจิ้มพวกเนื้อหรือปลาย่าง ที่นิยมมากที่สุด คือ ใช้ผลมะกอกสุกเป็นส่วนประกอบของส้มตำ (ลาว) ให้กลิ่นและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนส้มตำตำรับอื่นๆ ความนิยมใช้ผลมะกอกสุกในตำรับส้มตำ (ลาว) นั้น เห็นได้จากราคาของผลมะกอกสุก ซึ่งบางฤดู (ที่มีผลมะกอกสุกน้อย) ราคาแพงถึงผลละหลายบาทเช่นเดียวกับราคาของผลมะนาวหน้าแล้งนั่นเอง

ประโยชน์ด้านอื่นๆ ของมะกอก
           เนื้อในผลสุกของมะกอกนอกจากใช้ทำกับข้าว (ของคาว) แล้วยังใช้ทำน้ำผลไม้ (ของหวาน) เป็นเครื่องดื่มได้ดีอีกด้วย โดยปอกเปลือกออกฝานเอาแต่เนื้อไปเข้าเครื่องปั่นผลไม้ เติมน้ำเชื่อมให้มีรสหวานตามชอบ จะได้เครื่องดื่มน้ำมะกอกที่มีกลิ่นและรสชาตอร่อยไม่เหมือนใคร และยังอุดมด้วยวิตามินซีและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่างๆ อีกด้วย


           เนื้อไม้มะกอกแม้จะเป็นไม้เนื้ออ่อน แต่ก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น ทำกล่องไม้ขีด ทำไม้จิ้มฟัน ทำกล่องใส่ของ และหีบศพ เป็นต้น

ในตำราสรรพคุณสมุนไพรไทยกล่าวถึงคุณสมบัติของมะกอกในแง่สมุนไพรไว้หลายประการ เช่น
           เปลือก ป่นเป็นผง ผสมน้ำ ใช้ทาแก้โรคปวดตามข้อ ใช้เป็นยาเย็นแก้โรคท้องเสีย โรคเกี่ยวกับลำไส้ ระงับอาเจียน

           เมล็ด เผาไฟ แช่เอาน้ำดื่ม แก้อาการผิดสำแดง แก้ร้อนใน แก้หอบ สะอึก

           ผลสุก ใช้เป็นยาฝาดสมาน แก้โรคเลือดออกตามไรฟัน (ลักปิดลักเปิด) รักษาโรคกระเพาะอาหารพิการ

           แม้ตำราปลูกต้นไม้ในบ้านของชาวไทยจะไม่ถือว่ามะกอกเป็นไม้มงคล เพราะไม่มีข้อห้ามมิให้ปลูกมะกอกในบริเวณบ้าน (เช่น ลั่นทมหรือมะรุม) ดังนั้น หากผู้อ่านท่านใดมีพื้นที่บริเวณบ้านพอก็น่าจะหามะกอกมาปลูกไว้สักต้น เพราะนอกจากรูปทรงต้นและลักษณะใบที่งดงามแล้ว ท่านยังจะได้ประโยชน์จากมะกอกมากมาย

           ยิ่งกว่านั้นยามที่ท่านมองเห็น ต้นมะกอก ก็อาจระลึกถึงคำพังเพยเก่าแก่ของไทยที่ยกมาข้างต้น และระมัดระวังตัวให้ปลอดภัยจากบุคคลประเภท “มะกอกสามตะกร้า” ทั้งหลาย ไม่ว่าจะแฝงตัวมาในรูป “นักการเมือง” หรือ “นักธุรกิจ” ฯลฯ ก็ตาม
ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของหมอชาวบ้าน กับเว็บไซต์วิชาการดอทคอมwww.doctor.or.th

ประโยชน์ของ มะกอก



วันนี้ก็ได้ หาความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของมะกอก และสรรพคุณของมะกอก ซึ่งจัดว่าเป็นพืชผักสมุนไพรไทยพื้นบ้าน อีกอย่างหนึ่งที่มีตั้งแต่สมัยไหนแล้ว สำหรับประโยชน์ของมะกอก และ สรรพคุณของมะกอก มันมีมากมายแบบว่า อย่างที่เราคาดไม่ถึงกันเลยล่ะ ส่วนใหญ่แล้วมักจะนำ ผลมะกอก และ ยอดมะกอก เพื่อนำมารับประทานกันค่อนข้างมากอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ชอบรับประทานส้มตำ ที่เอามะกอกมาใส่ในส้มตำ และก็น่าจะเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว ในเรื่องของรสชาติมะกอก ทั้งกลิ่น และรสของมะกอก กันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่อาจจะมีหลายคนที่ยังไม่รู้ว่ามะกอกนี้มี ประโยชน์ และ สรรพคุณอะไรกันบ้าง วันนี้เราก็มาบอกเล่าให้ได้รู้กันอีกด้วย เรามารู้ข้อมูลของประโยชน์ของมะกอก และสรรพคุณของมะกอก ซึ่งเป็นหนึ่งในสมุนไพรไทยที่ใกล้ตัว กันแล้วกัน…
มาดู ประโยชน์ ของมะกอกกันก่อนเลย

- ยอดของมะกอก นำกินดิบๆ เป็นผักจิ้ม หรือรับประทานสุกก็ได้นะ เอามาเผาจิ้มน้ำพริกก็อร่อยไม่แพ้ก้น
-เนื้อไม้ของต้นมะกอก ถุงแม้ว่าจะเป็นไม้เนื้ออ่อน แต่ก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างด้วยนะ เช่น เอามาทำกล่องไม้ขีด เอามาทำไม้จิ้มฟัน ทำกล่องไว้ใส่ของ หรือว่าจะทำเป็นหีบศพก็ยังได้
- เปลือกมะกอก นำมาบดเป็นผง นำมาผสมน้ำ แล้วใช้ทาแก้โรคปวดตามข้อ หรือจะใช้เป็นยาเย็น ช่วยแก้โรคท้องเสีย, โรคเกี่ยวกับลำไส้, ระงับอาเจียน เป็นต้น

- เมล็ดมะกอก นำไปเผาไฟ แล้วเอามาแช่เอาน้ำมาดื่ม, ช่วยแก้อาการผิดสำแดง, แก้ร้อนใน ,แก้หอบ, สะอึก เป็นต้น

- ผลสุกมะกอก นำมาใช้เป็นยาฝาดสมาน, ช่วยแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน หรือลักปิดลักเปิด ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารพิการ มีรสชาติของมะกอก มีรสเปรี้ยวอมฝาด ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นรสหวาน ทำให้ ชุ่มคอ และผลสุกของมะกอกก็มีกลิ่นหอมมากด้วย

ถึงแม้ว่า ในตำราปลูกต้นไม้ในบ้านเรา จะไม่ถือว่ามะกอกเป็น ไม้มงคล เพราะไม่มีข้อห้าม ไม่ห้ปลูกต้นมะกอกเอาไว้ในบริเวณบ้าน หากมีพื้นที่บริเวณบ้านพอ ก็น่าจะลองหาต้นมะกอกมาปลูกไว้ที่บ้านสักต้นก็ได้นะ เพราะว่านอกจากรูปทรงต้น และลักษณะใบที่งดงามแล้ว ยังจะได้ใช้ประโยชน์จากต้นมะกอกหลายอย่างเลยล่ะ